คำอธิบายผลิตภัณฑ์
GOOD QUALITY AGRICULTURE MACHINE ACCESSORY PROPRLLER SHAFT TRACTOR PARTS TRANSMISSION SHAFT DRIVE AXLE POWER DRIVE SHAFT PTO SHAFT
คำอธิบายผลิตภัณฑ์
Our rotary PTO SHAFT is a powerful assistant in agricultural production, known for its high efficiency and durability. environment for CZPT cultivation.
Product Features:
High strength materials: The PTO SHAFT is made of high-strength materials, which have excellent durability and fatigue resistance and can be used for a long time.
Efficient farming: PTO SHAFT Labor-saving and easy to operate: using a rotary tiller for land plowing is easy and labor-saving, easy to operate, and suitable for various terrains.
Easy maintenance: The PTO SHAFT has a simple structure, low maintenance cost, and long service life.
Strong adaptability: Suitable for various types of soil, whether in paddy fields, dry fields, or mountainous areas, it can demonstrate excellent performance.
Usage :
Choose the appropriate model of PTO SHAFT according to the land conditions.
Install the PTO SHAFT on agricultural machinery.
Start agricultural machinery and start plowing the land.
Precautions :
Please read the product manual carefully before use.
Please use this product under safe conditions.
This product is only used for agricultural tillage and cannot be used for other purposes.
ภาพถ่ายโดยละเอียด
พารามิเตอร์ผลิตภัณฑ์
GOOD QUALITY AGRICULTURE MACHINE ACCESSORY PROPRLLER SHAFT TRACTOR PARTS TRANSMISSION SHAFT DRIVE AXLE POWER DRIVE SHAFT PTO SHAFT
Packaging & Shipping
Our Advantages
1. High quality steel raw materials, suitable hardness, not easy to break or deform.
2. Automatic temperature control system used on both heating treatment and tempering, to guaratee the products heated evenly, the outside and interior have uniform structure, so as to get longer work life.
3.Precise and high strength moulds get precise shaping during thermo-forming.
4. Special gas used in tempering, to make up the chemical elements which lost during heating treatment, to double the work life than normal technology, proprietary heat treatment technology designed and developed by JIELIKE.
5. The whole product body and shape has been adjusted precisely by mechanics to pass the balance test both in static and moving states.
6. Products use electrostatic painting or brand water-based paint, environment-protective, to get excellent surface and long time rust-protective. And drying process is added for liquid painting to improve the quality of the paint adhesion to blade surface.
7. Automatic shot peening surface treatment, excellent appearance.
8. Provide OEM & ODM Service.
9. Provide customized products.
After Sales Service
We provide comprehensive after-sales service, including product consultation, user guidance, repair and maintenance, etc. If you encounter any problems during use, please feel free to contact us at any time.
/* 22 มกราคม 2571 19:08:37 */!function(){function s(e,r){var a,o={};try{e&&e.split(“,”).forEach(function(e,t){e&&(a=e.match(/(.*?):(.*)$/))&&1
| พิมพ์: | เพลา |
|---|---|
| วิธีใช้งาน: | Tillage |
| วัสดุ: | เหล็กกล้าคาร์บอน |
| การปรับแต่ง: |
มีอยู่
| คำขอที่กำหนดเอง |
|---|
.shipping-cost-tm .tm-status-off{background: none;padding:0;color: #1470cc}
|
Shipping Cost:
Estimated freight per unit. |
about shipping cost and estimated delivery time. |
|---|
| Payment Method: |
|
|---|---|
|
Initial Payment Full Payment |
| Currency: | US$ |
|---|
| Return&refunds: | You can apply for a refund up to 30 days after receipt of the products. |
|---|

เพลาขับ PTO ช่วยให้การส่งกำลังมีประสิทธิภาพพร้อมทั้งรักษาความปลอดภัยได้อย่างไร?
เพลาขับ PTO (Power Take-Off) ถูกออกแบบมาเพื่อให้การส่งกำลังมีประสิทธิภาพ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ เพลาขับเหล่านี้ประกอบด้วยกลไกและคุณสมบัติต่างๆ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ทั้งสองประการ ต่อไปนี้คือคำอธิบายโดยละเอียดเกี่ยวกับวิธีการที่เพลาขับ PTO ช่วยให้การส่งกำลังมีประสิทธิภาพในขณะที่รักษาความปลอดภัย:
1. โครงสร้างแข็งแรงทนทาน:
เพลาขับ PTO โดยทั่วไปผลิตจากวัสดุคุณภาพสูง เช่น เหล็กหรือวัสดุผสม ซึ่งให้ความแข็งแรงและทนทาน โครงสร้างที่แข็งแรงช่วยให้สามารถทนต่อแรงบิดและกำลังที่ต้องการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่เกิดการงอหรือเสียรูปมากเกินไป ซึ่งอาจส่งผลให้สูญเสียพลังงานหรือเกิดความเสียหายก่อนกำหนด
2. การจัดแนวที่แม่นยำ:
การส่งกำลังอย่างมีประสิทธิภาพต้องอาศัยการจัดแนวที่แม่นยำระหว่างเพลาขับ PTO แหล่งพลังงานหลัก (เช่น เครื่องยนต์ เกียร์) และอุปกรณ์หรือเครื่องจักรที่กำลังขับเคลื่อน การจัดแนวที่ไม่ถูกต้องอาจนำไปสู่การสูญเสียกำลัง การสึกหรอที่เพิ่มขึ้น และอาจก่อให้เกิดอันตรายด้านความปลอดภัย เพลาขับ PTO ได้รับการออกแบบให้มีความยาวที่ปรับได้หรือข้อต่อแบบยืดหยุ่นเพื่อรองรับความแตกต่างของขนาดอุปกรณ์และเพื่อให้แน่ใจว่ามีการจัดแนวที่ถูกต้อง ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการส่งกำลังให้สูงสุด
3. คุณสมบัติด้านความปลอดภัยในการเชื่อมต่อ:
เพลาขับ PTO มีคุณสมบัติด้านความปลอดภัยเพื่อป้องกันอุบัติเหตุและลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ คุณสมบัติด้านความปลอดภัยที่พบได้ทั่วไปอย่างหนึ่งคือการใช้สลักนิรภัยหรือตัวจำกัดแรงบิด ส่วนประกอบเหล่านี้ได้รับการออกแบบให้หักหรือลื่นไถลภายใต้แรงบิดที่มากเกินไป เพื่อป้องกันเพลาขับและอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อจากการเสียหาย เมื่อสลักนิรภัยหัก เพลาขับ PTO จะหลุดออกในกรณีที่รับน้ำหนักเกิน ทำให้มั่นใจในความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานและป้องกันการซ่อมแซมที่มีค่าใช้จ่ายสูง
4. ระบบป้องกันการโอเวอร์โหลด:
กลไกป้องกันการโอเวอร์โหลดมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาความปลอดภัยและป้องกันความเสียหายต่อเพลาขับ PTO และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ระบบคลัตช์หรือคลัตช์แบบลื่นไถลสามารถใช้เพื่อปลดเพลาขับเมื่อพบแรงบิดหรือความเร็วที่มากเกินไป กลไกเหล่านี้ช่วยให้เพลาขับลื่นหรือปลดออกชั่วขณะ ป้องกันความเสียหายและลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของผู้ปฏิบัติงานหรือผู้ที่อยู่ใกล้เคียง
5. การป้องกันและคุ้มครอง:
เพลาขับ PTO มักติดตั้งแผ่นป้องกันและอุปกรณ์หุ้มเพื่อป้องกันการสัมผัสกับชิ้นส่วนที่เคลื่อนที่ แผ่นป้องกันเหล่านี้ช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานและผู้ที่อยู่ใกล้เคียงได้รับการปกป้องจากเพลาหมุน ข้อต่ออเนกประสงค์ และส่วนประกอบอื่นๆ ที่อาจเป็นอันตราย การติดตั้งแผ่นป้องกันและอุปกรณ์หุ้มที่เหมาะสมจะช่วยลดความเสี่ยงของการพันกัน การติดขัด หรือการสัมผัสโดยไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยโดยรวม
6. การปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัย:
เพลาขับ PTO ได้รับการออกแบบและผลิตให้เป็นไปตามมาตรฐานและข้อบังคับด้านความปลอดภัยที่เกี่ยวข้อง มาตรฐานเหล่านี้ เช่น ISO 500-1 กำหนดข้อกำหนดสำหรับชิ้นส่วนส่งกำลัง รวมถึงเพลาขับ PTO การปฏิบัติตามมาตรฐานเหล่านี้ทำให้มั่นใจได้ว่าเพลาขับเป็นไปตามเกณฑ์ความปลอดภัยที่จำเป็นและผ่านการทดสอบอย่างเข้มงวดเพื่อให้มั่นใจในความน่าเชื่อถือและประสิทธิภาพ
7. การบำรุงรักษาและการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ:
การรักษาความปลอดภัยและประสิทธิภาพของเพลาขับ PTO จำเป็นต้องมีการบำรุงรักษาและการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ ผู้ใช้งานควรปฏิบัติตามตารางการบำรุงรักษาที่แนะนำ ซึ่งรวมถึงการหล่อลื่น การตรวจสอบชิ้นส่วน และการเปลี่ยนชิ้นส่วนที่สึกหรอหรือเสียหาย การตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอจะช่วยระบุปัญหาด้านความปลอดภัยที่อาจเกิดขึ้น เช่น ตลับลูกปืนสึกหรอ ฝาครอบเสียหาย หรือคุณสมบัติความปลอดภัยที่บกพร่อง ทำให้สามารถซ่อมแซมหรือเปลี่ยนชิ้นส่วนได้ทันท่วงที
8. การฝึกอบรมและการสร้างความตระหนักรู้ให้แก่ผู้ปฏิบัติงาน:
การส่งกำลังที่มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยยังขึ้นอยู่กับการฝึกอบรมและการตระหนักรู้ของผู้ปฏิบัติงานด้วย ผู้ปฏิบัติงานควรได้รับการฝึกอบรมที่เหมาะสมเกี่ยวกับการใช้งานและการบำรุงรักษาเพลาขับ PTO อย่างปลอดภัย ซึ่งรวมถึงการทำความเข้าใจขั้นตอนด้านความปลอดภัย การตระหนักถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้น และการตระหนักถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานหรือการบำรุงรักษาที่ไม่เหมาะสม การส่งเสริมวัฒนธรรมความปลอดภัยและการฝึกอบรมอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้มั่นใจได้ว่าเพลาขับ PTO ถูกใช้งานอย่างถูกต้องและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นให้น้อยที่สุด
ด้วยการผสานรวมโครงสร้างที่แข็งแรง การจัดแนวที่แม่นยำ คุณสมบัติความปลอดภัยในการเชื่อมต่อ การป้องกันการโอเวอร์โหลด การป้องกันและการปกป้อง การปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัย การบำรุงรักษาและการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ และการฝึกอบรมและการสร้างความตระหนักรู้ให้กับผู้ปฏิบัติงาน เพลาขับ PTO จึงสามารถส่งผ่านกำลังได้อย่างมีประสิทธิภาพในขณะที่รักษาความปลอดภัยในระดับสูง มาตรการเหล่านี้ช่วยป้องกันอุบัติเหตุ ปกป้องอุปกรณ์และผู้ปฏิบัติงาน และรับประกันการส่งกำลังที่เชื่อถือได้และมีประสิทธิภาพในการใช้งานต่างๆ

เพลาขับ PTO มีส่วนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานด้านการเกษตร เช่น การไถนา ได้อย่างไร?
เพลาขับ PTO (Power Take-Off) มีบทบาทสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพงานเกษตรกรรม รวมถึงการไถนา เพลาขับ PTO ทำหน้าที่เป็นกลไกการส่งกำลังที่เชื่อถือได้และมีประสิทธิภาพระหว่างรถแทรกเตอร์หรือแหล่งพลังงานกับอุปกรณ์ต่างๆ เช่น ไถนา ต่อไปนี้คือวิธีที่เพลาขับ PTO ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพงานเกษตรกรรม เช่น การไถนา:
1. การถ่ายโอนพลังงาน:
เพลาขับ PTO ช่วยถ่ายทอดกำลังจากเครื่องยนต์ของรถแทรกเตอร์ไปยังไถหรืออุปกรณ์อื่นๆ ที่ใช้ในการไถพรวน โดยจะส่งกำลังหมุนด้วยความเร็วคงที่จากแหล่งพลังงานไปยังอุปกรณ์ ทำให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การถ่ายทอดกำลังโดยตรงนี้ช่วยลดความจำเป็นในการใช้เครื่องยนต์หรือมอเตอร์แยกต่างหากสำหรับแต่ละอุปกรณ์ ช่วยประหยัดทั้งเวลาและทรัพยากร
2. ความอเนกประสงค์:
เพลาขับ PTO ถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้หลากหลายและเข้ากันได้กับอุปกรณ์ทางการเกษตรหลากหลายประเภท มีขนาดและการกำหนดค่าที่เป็นมาตรฐาน ทำให้สามารถเชื่อมต่อและถอดอุปกรณ์ต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย ความสามารถในการใช้งานที่หลากหลายนี้ช่วยให้เกษตรกรสามารถสลับไปมาระหว่างงานต่างๆ รวมถึงการไถพรวน โดยไม่ต้องเปลี่ยนแปลงหรือดัดแปลงอุปกรณ์อย่างมาก
3. ประสิทธิภาพด้านเวลา:
ระบบส่งกำลังแบบ PTO (Power Take-Off) ช่วยประหยัดเวลาในการทำงานด้านการเกษตร เช่น การไถนา โดยการส่งกำลังจากรถแทรกเตอร์ไปยังไถโดยตรง ไม่จำเป็นต้องใช้แรงงานคนหรือสัตว์ ทำให้การไถนาเร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ประสิทธิภาพด้านเวลาที่เพิ่มขึ้นนี้ช่วยเพิ่มผลผลิตโดยรวมและช่วยให้เกษตรกรสามารถไถพื้นที่ขนาดใหญ่ได้ในเวลาที่น้อยลง
4. กำลังส่งที่สม่ำเสมอ:
เพลาขับ PTO ให้กำลังส่งที่สม่ำเสมอแก่เครื่องมือ ทำให้มั่นใจได้ถึงประสิทธิภาพที่สม่ำเสมอในระหว่างการไถพรวน เพลาขับ PTO รักษาความเร็วในการหมุนให้คงที่ ลดความผันแปรในการส่งกำลัง และป้องกันการไถพรวนที่ไม่สม่ำเสมอหรือความเสียหายต่อพืชผล กำลังส่งที่สม่ำเสมอนี้ช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่น่าเชื่อถือและแม่นยำ นำไปสู่ประสิทธิภาพที่ดีขึ้นในกระบวนการไถพรวน
5. สามารถปรับความเร็วและความลึกได้:
เพลาขับ PTO หลายรุ่นมีอัตราความเร็วรอบที่ปรับได้ ทำให้เกษตรกรสามารถควบคุมความเร็วในการไถพรวนตามสภาพดินและความต้องการเฉพาะได้ ความสามารถในการปรับแต่งนี้ช่วยให้เกษตรกรสามารถเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการไถพรวน ทำให้การพลิกหน้าดินและการเตรียมแปลงปลูกมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ไถบางรุ่นยังมีกลไกสำหรับปรับความลึกของการไถพรวน ซึ่งช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
6. ลดความเหนื่อยล้าของผู้ปฏิบัติงาน:
การใช้เพลาขับ PTO ในการไถนาช่วยลดภาระทางกายภาพของผู้ปฏิบัติงาน แทนที่จะออกแรงไถนาด้วยมือ ผู้ปฏิบัติงานสามารถใช้พลังงานที่ส่งผ่านเพลาขับได้ ซึ่งช่วยลดความเหนื่อยล้า ทำให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถทำงานได้นานขึ้นโดยไม่รู้สึกเหนื่อยล้ามากเกินไป ความเหนื่อยล้าที่ลดลงของผู้ปฏิบัติงานส่งผลให้ผลผลิตและประสิทธิภาพโดยรวมในการทำงานด้านการเกษตรเพิ่มขึ้น
7. การเชื่อมต่อกับระบบควบคุมของรถแทรกเตอร์:
เพลาขับ PTO สมัยใหม่มักจะรวมเข้ากับระบบควบคุมของรถแทรกเตอร์ การรวมระบบนี้ช่วยให้ควบคุมการทำงานและการหยุดทำงานของ PTO ความเร็วรอบ และพารามิเตอร์อื่นๆ ได้อย่างสะดวกและแม่นยำ การรวมระบบดังกล่าวช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน ลดข้อผิดพลาด และปรับปรุงประสิทธิภาพโดยรวมระหว่างการไถพรวนและงานเกษตรอื่นๆ
8. การบำรุงรักษาและการให้บริการ:
เพลาขับ PTO โดยทั่วไปได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ง่ายต่อการบำรุงรักษาและการซ่อมแซม มักจะมีจุดหล่อลื่นที่เข้าถึงได้ง่าย ช่องตรวจสอบ และชิ้นส่วนที่สามารถเปลี่ยนได้ ทำให้ง่ายต่อการรักษาให้อยู่ในสภาพการทำงานที่ดี การบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ประสิทธิภาพการทำงานดีที่สุด ลดความเสี่ยงของการชำรุดเสียหายโดยไม่คาดคิด และเพิ่มประสิทธิภาพในการไถพรวนให้สูงสุด
โดยสรุปแล้ว เพลาขับ PTO มีส่วนช่วยอย่างมากต่อประสิทธิภาพของงานเกษตรกรรม เช่น การไถนา เพลาขับ PTO ช่วยให้การส่งกำลังเป็นไปอย่างตรงและสม่ำเสมอ ใช้งานได้กับอุปกรณ์หลากหลาย ประหยัดเวลา ควบคุมความเร็วและความลึกได้ ลดความเมื่อยล้าของผู้ปฏิบัติงาน ทำงานร่วมกับระบบควบคุมของรถแทรกเตอร์ และง่ายต่อการบำรุงรักษา ด้วยการใช้ประโยชน์จากความสามารถของเพลาขับ PTO เกษตรกรสามารถเพิ่มผลผลิต ปรับปรุงกระบวนการทำงาน และได้ผลลัพธ์การไถนาที่มีประสิทธิภาพ

What factors should be considered when selecting the right PTO drive shaft for an application?
When selecting the right PTO (Power Take-Off) drive shaft for an application, several important factors should be considered to ensure optimal performance, safety, and compatibility. Here’s a detailed explanation of the key factors to consider:
1. Power and Torque Requirements:
The power and torque requirements of the application are crucial considerations. It’s essential to determine the maximum power and torque output of the primary power source (e.g., engine, transmission) and match it with the drive shaft’s capacity. Selecting a drive shaft that can handle the required power and torque levels ensures efficient power transmission and prevents overloading or damage to the drive shaft and connected equipment.
2. Speed and RPM Range:
The speed and RPM (Rotations Per Minute) range of the equipment and the primary power source should be taken into account. The drive shaft’s design should be capable of accommodating the desired speed range while maintaining smooth power transmission. It is important to select a drive shaft that can handle the intended operating speeds without excessive vibration, binding, or loss of power.
3. Equipment Size and Configuration:
The size and configuration of the equipment or implement being powered by the PTO drive shaft are crucial factors. The drive shaft’s length should be adjustable or chosen appropriately to ensure proper alignment between the primary power source and the implement input shaft. Additionally, consider any space limitations or clearance requirements within the equipment that may affect the choice of drive shaft configuration.
4. PTO Shaft Connection Type:
The type of connection required between the PTO drive shaft and the primary power source and implement is a significant consideration. Common connection types include splined connections, keyway connections, and quick-detach mechanisms. It is essential to ensure compatibility between the drive shaft’s connection type and the corresponding connections on the power source and implement to achieve a secure and reliable attachment.
5. Safety Features:
Safety features are crucial when selecting a PTO drive shaft. Shear pins, clutches, or other overload protection mechanisms should be considered to prevent damage to the drive shaft and associated equipment in the event of a sudden increase in torque or speed. These safety features help protect against accidents and reduce the risk of injury to operators and bystanders.
6. Environmental Conditions:
The environmental conditions in which the drive shaft will be operating should be taken into account. Consider factors such as temperature extremes, moisture, dust, or corrosive environments. It may be necessary to select a drive shaft with appropriate sealing, coating, or material options to ensure reliable performance and durability in the given conditions.
7. Maintenance and Serviceability:
Consider the accessibility and ease of maintenance for the chosen drive shaft. Ensure that routine maintenance tasks such as lubrication, inspection, and potential repairs can be performed conveniently. Easy serviceability helps minimize downtime and ensures the longevity of the drive shaft.
8. Compliance with Standards and Regulations:
Ensure that the selected PTO drive shaft complies with relevant industry standards and safety regulations. This includes standards for power transmission components, such as ISO 500-1 for PTO drive shafts. Compliance with these standards ensures that the drive shaft meets necessary quality, safety, and performance requirements.
By considering factors such as power and torque requirements, speed range, equipment size and configuration, PTO shaft connection type, safety features, environmental conditions, maintenance and serviceability, and compliance with standards and regulations, one can select the right PTO drive shaft that best suits the specific application’s needs. Proper selection ensures efficient power transmission, safety, and long-term reliability of the equipment.


editor by CX 2024-03-07